เลี้ยงปลาทะเลในบ้านต้องมีทุนเท่าไรครับ

 ตั้งกระทู้ใหม่  เว็บบอร์ด

ผมอยากเลี้ยงปลาทะเลในบ้าน  จะได้ไหมครับ  และต้องมีทุนเท่าไรครับ


ปลาทะเลจะต้องใช้ความเค็มที่เท่าไรครับ  ปลาถึงจะมีชีวิตรอด  และถ้าปลาติดเชื่อจะต้องทำยังไงบ้างครับ

ปลาทะเลจะต้องใช้ความเค็มที่เท่าไรครับ  ปลาถึงจะมีชีวิตรอด  และถ้าปลาติดเชื่อจะต้องทำยังไงบ้างครับ


 หนุ่ม    6/27/2016 6:49:54 PM  


ผมขอตอบรวมไปพร้อมกันทั้ง 2 เรื่องเลยนะครับ 


 


การเริ่มต้นเลี้ยงปลาทะเลภายในบ้านนั้น ส่วนใหญ่มักเริ่มมาจากการที่เราไปเห็นเพื่อน ๆหรือร้านขายปลาทั่วไปที่เลี้ยงปลาทะเลอยู่ และมีความสวยงามต้องตาต้องใจเรา หรืออาจจะมาจากการดูภาพยนตร์ต่าง ๆที่มีการเลี้ยงปลาทะเลดูแล้วสวยงาม หรือบางคนอาจจะเริ่มต้นมาจากการเลี้ยงปลาน้ำจืดแล้วต้องการพัฒนามาเลี้ยงปลาน้ำเค็มควบคู่กันไปด้วย จึงเป็นเหตุให้เรามีความต้องการที่จะทดลองเลี้ยงดูบ้าง ซึ่งเป็นปกติของคนที่เริ่มต้นคิดที่จะทดลองเลี้ยงปลาทะเล


 


ดังนั้น 


 


เราจะต้องรู้ สิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมก่อนที่เราจะเริ่มต้นเลี้ยงปลาทะเลเสียก่อน เพื่อเป็นการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่า “เราพร้อมที่จะเลี้ยงปลาทะเลหรือยัง” ตามลำดับขั้นตอน ดังนี้


 



  1. ศึกษาหาความรู้เรื่องปลาทะเลให้มีพื้นฐานพอสมควรในระดับหนึ่งก่อน เช่น เราต้องรู้ว่า ในตู้ปลาทะเลต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบบ้าง อะไรบ้างที่เลี้ยงได้หรือเลี้ยงไม่ได้ ดูแลรักษาอย่างไร เป็นต้น

  2. ต้องมีงบประมาณที่เพียงพอ เนื่องจากการเลี้ยงปลาทะเลนั้นใช้งบประมาณสูงกว่าการเลี้ยงปลาน้ำจืดมาก เช่น ราคาน้ำทะเล ราคาพืชพันธุ์สัตว์น้ำต่าง ๆ ราคาอุปกรณ์ต่าง ๆที่ต้องใช้สำหรับการเลี้ยงปลาทะเล ซึ่งมีจำนวนมากว่า มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ ความทนของพืชพันธุ์สัตว์น้ำทะเลที่เรานำมาเลี้ยง ว่าถ้าเกิดความเสียหายขึ้น เราสามารถรับได้ที่เท่าไหร่ ซึ่งราคาทั้งหมดนั้น เราควรที่จะจดสิ่งต่าง ๆไว้ในกระดาษ และนำไปสอบราคาที่สวนจตุจักรหรือที่ร้านขายปลาทะเลที่ไหนก็ได้และนำทั้งหมดมาเปรียบเทียบ และดูกำลังของงบประมาณของเรา

  3. ต้องมีเวลาสำหรับการดูแลเอาใจใส่ เนื่องจากการเลี้ยงปลาทะเลค่อนข้างอ่อนไหวง่ายต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของถิ่นที่อยู่อาศัย เนื่องจากปลาที่นำมาขายส่วนใหญ่เป็นปลาที่จับมาจากธรรมชาติเกือบทั้งสิ้น ซึ่งจะมีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สามารถเพาะพันธุ์เองได้

  4. ต้องศึกษาเรื่องโรคของปลาให้ดี ว่าควรจะต้องดูแลรักษาอย่างไร เช่น ปลาเก่าที่เลี้ยงอยู่ในตู้ กับปลาใหม่ที่จะนำมาเลี้ยงเพิ่ม หรือปลาที่เลี้ยงอยู่เกิดเป็นโรคขึ้นจะต้องดูแลรักษาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเงินเกือบทั้งสิ้นหากมีความสูญเสียเกิดขึ้น และที่สำคัญคือเป็นการทำลายทรัพยากรทางธรรมชาติทางอ้อม

  5. ควรศึกษาให้ดีว่า ปลาชนิดไหน หรือดอกไม้ทะเล ปะการัง ชนิดไหนบ้าง ไม่ควรนำมาเลี้ยง เนื่องจากผิดกฎหมายในการอนุรักษ์ หรือบางชนิดเมื่อนำมาเลี้ยงแล้ว จะไม่กินอาหารซึ่งจะตายได้ในที่สุด เนื่องเพราะปลาบางชนิด ที่ผู้ขายนำมาขายให้กับเรานั้นเป็นปลาที่เพิ่งจับมาจากธรรมชาติได้ไม่นาน และยังไม่กินอาหารทั่วไป เนื่องจากธรรมชาติไม่สามารถกินอาหารบางอย่างได้ และเราเห็นว่าสวยดีจึงซื้อมา ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ปลาตายได้เพราะไม่ยอมกินอาหาร เป็นต้น


 


สำหรับทุนในการเลี้ยงปลาทะเลเบื้องต้นให้ได้ดีหรือรอดได้นั้น จะต้องมีเวลาในการดูแลเอาใจใส่และการยอมรับความสูญเสียเกิดขึ้นที่จะต้องมีการชดเชยความสูญเสีย ซึ่งคาดว่าในเบื้องต้นต้องจะเตรียมไว้ หมื่น (บวก ลบ) ครับ แต่หากไปถามที่จตุจักร และเห็นตู้สวย ๆแล้วลองถามว่า “ถ้าเอาเหมือนตู้นี้ต้องมีเท่าไหร่” รับรองได้ครับว่าต้องมีไม่ต่ำกว่า 50,000 – 100,000 บาทหรือมากกว่านั้น


 


เนื่องเพราะอุปกรณ์ดี ๆบางตัว เช่น โปรตีนสกริมเมอร์ เอาที่ขนาดปานกลางมีคุณภาพหน่อย มีตั้งแต่หลักพัน ถึงเกือบแสนบาท และเมื่อต้องไปถามผู้ขายว่าต้องมีอะไรบ้าง รับรองได้ว่า จะต้องมีอุปกรณ์อีกมากมาย และแต่ละตัวแพง ๆทั้งนั้น


 


ดังนั้นเราควรศึกษาให้ดีก่อน และควรตรวจสอบความพร้อมของตัวเราให้ดีก่อน ตามข้างต้นที่ได้แจ้งไว้


 


สำหรับการเลี้ยงปลาน้ำเค็มในเบื้องต้นนั้น  


 


การที่เราจะรู้ว่าจะต้องใช้ความเค็มที่เท่าไหร่นั้น เราจะต้องมีมาตรฐานของตัวเราก่อนว่า “เราจะเลี้ยงอะไร” เพราะสัตว์หรือปลาแต่ละชนิดมีความทนต่อความเค็มที่แตกต่างกัน


 


แต่ถ้าเป็นมาตรฐานความเค็มที่ทั่วไปเลี้ยงกันอยู่ ก็จะอยู่ที่ประมาณ 28-33 PPT แต่บางทีเวลาเราไปวัดความเค็มที่ร้านขายปลาทะเล บางทีความเค็มจะอยู่ที่ประมาณ 21-28 PPT เนื่องจากว่า ร้านขายปลาจะมีวิธีการปรับสภาพปลาให้เข้ากับความเค็มที่ลดลงได้ เนื่องจากต้องการประหยัดค่าเกลือที่ใช้ผสมน้ำจืดให้เป็นน้ำเค็ม หรือบางทีน้ำทะเลที่นำมาจากทะเลชายฝั่งจะมีความเค็มค่อนข้างต่ำ ซึ่งเราไปวัดเองบางที่สามารถวัดได้ที่ 20 PPT ก็มี แต่หากลึกออกไปจากชายฝั่ง ก็จะมีความเค็มมากขึ้น


 


ซึ่งปลาส่วนใหญ่สามารถปรับตัวได้หากอยู่ในความเค็มที่ไม่อ่อนจนเกินไปนัก แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ให้ปลาสามารถปรับสภาพได้ แต่ต้องระวังปลาใหม่กับปลาเก่าที่มาใส่รวมกัน เนื่องจากปลาที่มาใหม่ความเค็มอาจจะไม่เท่ากับปลาเก่าที่เลี้ยงอยู่ ซึ่งต้องปรับให้ความเค็มเท่ากันก่อนจึงจะไม่เป็นอันตรายที่จะทำให้ปลาใหม่ช็อคได้


 


หากปลาเป็นโรคติดเชื้อ ต้องดูให้ดีว่าเป็นโรคอะไร ซึ่งผู้เลี้ยงควรศึกษาให้ดีจากหนังสือต่าง ๆที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่ผู้เลี้ยงปลาทะเลควรมีหลักการใหญ่ ๆเมื่อปลาเป็นโรค ดังนี้


 



  1. ควรสังเกตอาการของปลาที่เลี้ยง สิ่งที่ต้องสังเกตคือ การว่ายน้ำ ความสดชื่นของปลา การกินอาหาร การถ่ายของเสีย ของแปลกปลอมที่เกิดขึ้นที่ตัวปลา เช่น มีจุดเกิดขึ้น มีเหมือกมาเกาะ หรือมีสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ใช่ของปลานั้นมาอยู่ที่ตัวปลา เป็นต้น

  2. เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ควรแยกปลาออกมาจากตู้ และใช้ระบบกรองแยกจากตู้ปลาที่เลี้ยง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปติดปลาตัวอื่นได้

  3. เมื่อแยกออกมาแล้ว ควรดูอาการและเปรียบเทียบกับหนังสือว่า ปลาเป็นโรคอะไร และรักษาตามที่หนังสือแนะนำ

  4. ตู้ปลาที่เลี้ยงควรใส่ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งจะเป็นอะไรนั้น ในหนังสือทั่วไปจะมีแนะนำอยู่ ซึ่งต้องดูตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์นั้น ๆ

  5. และเมื่อปลาหายดีแล้ว ก่อนที่จะนำมาเลี้ยงรวมกันในตู้ควรปรับสภาพน้ำเค็มให้เท่ากันเสียก่อนที่จะใส่เลี้ยงรวมกัน


 


 


สรุป 


 


การเลี้ยงปลาทะเลไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคนที่ไม่เคยเลี้ยง หากแต่คนที่ไม่เคยเลี้ยง ต้องการจะทดลองเลี้ยงนั้น จะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีก่อนตามที่แนะนำมาข้างต้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป และเมื่อเริ่มต้นได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป


 


หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่เว็บบอร์ดหรือส่งคำถามมาที่


line id :Traiphat


 


ขอบคุณครับ


ตรัยพัทธ์  สุวรรณาภิรมย์ 


 ตรัยพัทธ์    5/14/2016 1:19:49 PM  


 แสดงความคิดเห็น
ใส่ตัวอักษรตามที่เห็นด้านบน